ครีมกันแดด…สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามแต่ประโยชน์สารพัด

January 18, 2017

พอลองถามเพื่อนว่าใครใช้ครีมกันแดดบ้าง น้อยคนที่จะตอบว่าใช้ บางคนรักษาผิวหน้ากับหมอและหมอห้ามใช้ บางคนคิดว่าไม่จำเป็น บางคนไม่อยากใช้เพราะใช้แล้วทำให้หน้ามัน ดูหมองและเป็นสิว แต่ใครจะรู้ว่าประโยชน์ของครีมกันแดดมีทั้งช่วยปกป้องรังสี UVA และ UVBซึ่งเป็นรังสีที่นอกจากจะทำให้หน้าหมองคล้ำแล้วยังทำลายเซลล์ผิวในระดับลึกทำให้เกิดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นลึกที่รักษาได้ยากเมื่ออายุมากขึ้น

สำหรับผู้หญิงวัยกลางคน ครีมกันแดดยังช่วยป้องกันและชะลอการเกิดฟ้าหรือกระบนใบหน้าได้ เรามาดูวิธีการเลือกใช้ครีมกันแดดเพื่อผิวหน้าที่แตกต่างกันของแต่ละคนดีกว่า

ครีมกันแดด

1.ดูค่า SPF และ ค่า PA ซึ่งค่า SPF เป็นที่พูดถึงอย่างมากในคำโปรยโฆษณา ไม่ว่าจะ SPF 25, SPF 30 หรือ SPF 50 หลายคนคิดว่า SPF ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ถ้าหากสูงว่า 50 ก็ไม่มีประโยชน์แล้วเพราะแค่ 50 ก็เพียงพอ แล้วเคยสงสัยกันไหมว่า SPF คืออะไร… SPF คือค่าสำหรับการป้องกันรังสี UVB ที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ แดงหรือไหม้ หลายคนจึงให้ความสำคัญกับ SPF มากเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันค่า PA ที่มาด้วยกันเริ่มเป็นที่สนใจเมื่อไม่นานมานี้

ค่าPA วัดเป็นระดับ โดยใช้เครื่องหมาย + ตั้งแต่ 1 ถึง 3และล่าสุดมีถึง 4 เช่น PA++ หรือ PA+++ ค่านี้มีไว้ต่อกรกับรังสี UVA ซึ่งร้ายกาจกว่า UVB หลายเท่า UVA มีคลื่นความถี่ยาวกว่าและทำลายผิวลึกกว่า ทำให้เกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำและแก้ได้ยาก ดังนั้นขั้นแรกของการเลือกใช้ครีมกันแดดคือดูสองค่านี้

ครีมกันแดด2

2. เลือกเนื้อครีมที่เหมาะกับสภาพผิวหน้า เมื่อก่อนหากนึกถึงครีมกันแดดทุกคนจะนึกถึงความเหนียวข้น แต่ปัจจุบันหลายยี่ห้อต่างทำสูตรต่างๆออกมาเช่น สูตรน้ำ สูตรเจล หรือสูตรโลชั่นให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ทำให้ไม่ต้องกังวลกับหน้ามันหรือการอุดตัน

3. การเลือกใช้ครีมกันแดดข้อสุดท้ายคือดูงบประมาณที่เหมาะสม ครีมแพงๆอาจไม่ได้ดีกว่าครีมถูกๆมากนัก กลับกันปัจจุบันนี้ครีมกันแดดถูกๆและคุณภาพดีมีหลายยี่ห้อตั้งแต่ราคา 200-500 บาท ทั้งนี้ควรเริ่มใช้ตั้งแต่อายุยังน้อยและหากทำกิจกรรมกลางแจ้งควรทาซ้ำทุกๆ 4-5 ชั่วโมงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด